เจาะลึก Google Antigravity 2.25.0 อัปเดตล่าสุดมีอะไรใหม่? พร้อมวิธีตั้งค่าให้เร็ว แรง ประสิทธิภาพสูงสุด
ในยุคที่ AI-First Software Development กำลังก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด Google Antigravity ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือเขียนโค้ดและรันเอเจนต์อัตโนมัติที่ทรงพลังที่สุดของนักพัฒนา ล่าสุดกับการปล่อยอัปเดต เวอร์ชัน 2.25.0 ที่มุ่งเน้นการยกระดับความเสถียรของระบบ การจัดระเบียบโปรเจกต์ และการควบคุมหน้าต่างการทำงานที่ราบรื่นยิ่งขึ้น
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกฟีเจอร์ใหม่ในเวอร์ชัน 2.25.0 พร้อมแจกสูตรและไฟล์ตั้งค่า (Configuration) ทั้งบนหน้าจอ GUI และ CLI ที่จะช่วยรีดพลัง Antigravity ของคุณให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแบบ 100%!
🚀 1. มีอะไรใหม่ใน Google Antigravity 2.25.0?
ในเวอร์ชัน 2.25.0 มีการปรับปรุงความสามารถ (Improvements) 3 รายการ และแก้บั๊กสำคัญ (Fixes) ถึง 8 จุด โดยมีไฮไลท์เด่นที่น่าสนใจดังนี้:
🌟 ฟีเจอร์และการปรับปรุงใหม่
- ป้ายกำกับปลั๊กอินบนแถบด้านข้าง (Plugin Sidebar Badges)
โฟลเดอร์โปรเจกต์ที่สร้างหรือถูกจัดการโดย UI Plugins จะมีป้าย Badge ของปลั๊กอินนั้น ๆ แสดงอยู่บน Sidebar ทันที ทำให้มองเห็นและแยกแยะโปรเจกต์จากส่วนเสริมต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ - ซ่อนโปรเจกต์ Sidecar ที่ว่างเปล่าอัตโนมัติ (Auto-Hide Empty Sidecar Projects)
ระบบจะซ่อนโฟลเดอร์โปรเจกต์ของ Sidecar ที่ยังไม่มีข้อมูลหรือไม่ได้ใช้งานออกจาก Sidebar โดยอัตโนมัติ ไม่เปลืองพื้นที่สายตา - ปรับปรุงระบบคีย์ลัดจัดการหน้าต่าง (Window Shortcuts Enhancements)
ตอบสนองต่อการสลับ ปิด และจัดวางหน้าต่าง Workspace ได้แม่นยำและรวดเร็วกว่าเดิม
🛠️ การแก้ไขข้อผิดพลาดสำคัญ (Bug Fixes)
- แก้บั๊ก YAML Frontmatter ใน Skills & Rules: รองรับฟิลด์
descriptionบรรทัดเดียวที่มีเครื่องหมายโคลอน (:) โดยไม่ต้องครอบเครื่องหมายคำพูด แก้ปัญหาโหลด Skill ไม่ผ่าน - แก้คีย์ลัดปิดแท็บ (
Cmd+W/Ctrl+W): เมื่อไม่มีแท็บเปิดอยู่ คำสั่งจะถูกส่งต่อไปยังระดับ Workspace อย่างถูกต้อง ไม่ค้างหรือนิ่งเฉย - แก้ปัญหาไอคอนแอปบน macOS Dock หาย: ปิดหน้าต่างสุดท้ายแล้วไอคอนไม่หลุดออกจาก Dock อีกต่อไป
- แก้บั๊ก OAuth Token Refresh: แก้ปัญหา Race Condition ในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานผ่าน Enterprise Proxy ซึ่งเคยทำให้ผู้ใช้หลุดจากการล็อกอิน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพ Terminal & Artifacts: ป้องกันการรั่วไหลของ Process Handle เมื่อปิดเทอร์มินัลกะทันหัน และแก้ปัญหาภาพกระตุก (Clipping) ขณะย่อ-ขยายหน้าจอ Markdown Preview ระหว่างที่ Agent กำลังสตรีมข้อมูล
⚡ 2. คู่มือตั้งค่า (Settings) Antigravity 2.25.0 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
เพื่อให้ Agent ตอบสนองเร็ว โค้ดถูกต้องแม่นยำ และไม่กินทรัพยากรเครื่องโดยไม่จำเป็น นี่คือแนวทางการตั้งค่าที่ดีที่สุด:
A. การตั้งค่าผ่านหน้าต่างหลัก (Desktop App GUI)
เข้าไปที่เมนู Settings (ไอคอนฟันเฟืองมุมซ้ายล่าง) แล้วปรับแต่งดังนี้:
- Model Selection: แนะนำให้เลือก Gemini 3.8 Flash (High) เป็นโมเดลหลัก เพื่อการตอบสนองที่ฉับไว สตรีมโค้ดได้รวดเร็วทันใจ (หากต้องออกแบบระบบสถาปัตยกรรมใหญ่ ๆ หรือวิเคราะห์โค้ดซับซ้อน ค่อยสลับไปใช้ Gemini 3.8 Pro)
- Tool Execution Policy: เลือกเป็น
Proceed in Sandbox - Artifact Review Mode: ตั้งเป็น
Agent DecidesหรือAlways Proceedเพื่อให้ Agent เขียนแผนงานและสร้างไฟล์ได้ต่อเนื่องแบบไม่สะดุด - Non-Workspace File Access: ตั้งเป็น
AskหรือDenyป้องกันไม่ให้ Agent วิ่งไปอ่านไฟล์ระบบภายนอกโฟลเดอร์โปรเจกต์ ช่วยลดการใช้ Token และป้องกันอาการ Context บวม
B. การตั้งค่า Antigravity CLI ด้วยไฟล์ settings.json (ความเร็วระดับสูงสุด)
สำหรับสาย Terminal และ Command Line แนะนำให้ปรับแต่งไฟล์ settings.json ที่โฟลเดอร์คอนฟิกผู้ใช้ (~/.gemini/antigravity-cli/settings.json) ดังนี้:


